เลือกอูคูเลเล่ (Ukulele) อย่างไรให้ตรงใจ?

Ukulele

อูคูเลเล่ (Ukulele) คุณเคยรู้ไหมว่า หน้าตาเป็นอย่างไร?

อูคูเลเล่ เป็นเครื่องดนตรีประจำท้องถิ่นของเกาะฮาวายมาก่อนจะกลายเป็นเครื่องดนตรีสากลๆ ที่ใคร ๆ ก็รู้จักในทุกวันนี้ เจ้าอูคูเลเล่ถือว่าเป็นเครื่องดนตรีโบราณซึ่งถือกำเนิดมา 100 กว่าปีมาแล้ว เชื่อหรือเปล่าในยุคเริ่มแรกนั้นอูคูเลเล่ได้รับความนิยมมากกว่ากีต้าร์เสียอีก

ลักษณะทางกายภาพของอูคูเลเล่นั้น โดยปกติจะทำจากไม้หลากหลายชนิด แต่ส่วนใหญ่ที่ฮาวายเขาจะใช้ไม้โคอะ (Koa) กัน และเนื่องจากขนาดที่เล็ก เสียงของอูคูเลเล่ก็เล็กไปตามตัวของมัน และได้ตั้งสายแบบ Re-Entrance Tuning ก็จะยิ่งทำให้อูคูเลเล่ของคุณมีใสเจื้อยแจ้วมากขึ้นไปอีก และด้วยลักษณะเสียงที่เป็นเอกลักษณ์นี้เอง จึงทำให้เพลงเศร้ากลายเป็นเพลงอารมณ์ดีได้นั่นเอง

ขนาดและรูปทรงที่หลากหลาย จะมีเงื่อนไขการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้

ukulele-type
  1.  Soprano ขนาดมาตรฐาน มีขนาดเล็กจึงให้เสียงที่เล็ก ๆ ใส ๆ หวาน ๆ แบบดั้งเดิมตามฉบับแหล่งกำเนิด เหมาะกับการเล่นตีคอร์ดร้องเพลง และง่ายต่อการพกพาไปที่ต่างๆ ซึ่งไซส์นี้นับเป็นขนาดยอดนิยมสำหรับมือใหม่หัดเล่น
  2. Concert มีขนาดที่ใหญ่กว่า Soprano เล็กน้อย ให้เสียงทุ้มแต่ก็ยังคงเสียงใส หวาน แต่เนื่องจากขนาดที่ใหญ่ขึ้น ฟิงเกอร์บอร์ดก็ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย รวมทั้งจำนวนเฟรตซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 14-19 เฟรต แล้วแต่การดีไซน์ จึงสามารถรองรับการเล่นสไตล์ finger picking ได้มากขึ้น
  3. Tenor มีขนาดใหญ่กว่า Concert ขึ้นมาอีก ถือเป็นรุ่นที่มีขนาดใหญ่สุดในบรรดาอูคูเลเล่ ที่ได้รับความนิยมในการเล่น ให้เสียงที่เน้นออกไปทางทุ้มๆ และรองรับการเล่น finger picking ได้เป็นอย่างดี ซึ่งได้รับความนิยมจากนักดนตรีมืออาชีพเป็นอย่างดี
  4. Baritone มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาอูคูเลเล่ทั้งปวง มีความยาวประมาณ 30 นิ้ว ความกว้างของเฟรตแต่ละช่องเกือบใกล้เคียงกับกีต้าร์เลย โดยการจูนสายของอูคูเลเล่ไซส์ Baritone จะใช้วิธีเดียวกับ 4 สายล่างของกีตาร์ จึงทำให้มีรูปแบบในการจับคอร์ด และตัวโน้ต ที่ต่างออกไปจากอูคูเลเล่ขนาดอื่น ๆ

ข้อดีของอูคูเลเล่ก็มีมากมายไม่แพ้เครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ เช่น

  1. พกพาสะดวก เนื่องจากอูคูเลเล่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา จึงทำให้พกพาไปไหนได้สะดวก ไม่ว่าคุณจะขึ้นเขาลงห้วยเจ้าอูคูเลเล่ก็จะไม่สร้างความลำบากให้คุณแม้แต่น้อย
  2. ฝึกฝนง่าย ด้วยสายที่มีเพียงแค่ 4 เส้น และวิธีการเล่นก็ง่ายมาก จึงทำให้คุณสามารถเล่นอูคูเลเล่เป็นได้โดยใช้เวลาฝึกไม่นาน
  3. ใช้งบน้อย ราคาเริ่มต้นของอูคูเลเล่ก็ถูกมากหากเทียบกับเครื่องดนตรีชนิดอื่น หรือหากอยากได้อูคูเลเล่ที่มีคุณภาพดีจริงๆ ราคาของมันก็ยังอยู่ในจุดที่เราสามารถจับต้องได้อยู่ดี

แล้วถ้าจะซื้ออูคูเลเล่สักตัว เขามีวิธีเลือกซื้อยังไงกันล่ะ?

  1. วัสดุที่ใช้ทำ โดยหลักแล้ววัสดุที่ใช้ทำตัวบอดี้นั้น จะมี 2 อย่าง คือ ไม้แท้ และไม้อัด ซึ่งแน่นอนว่าไม้แท้จะให้เสียงที่ได้คุณภาพสูงกว่าไม้อัด แต่ราคาก็จะสูงตามคุณภาพไปด้วย
  2. ความประณีต ถึงแม้คุณจะจ่ายราคาเริ่มต้นไม่แพงพอจะได้อูคูเลเล่คุณภาพสูง แต่อย่างน้อยก็ต้องเลือกอูคูที่ได้รับการใส่ใจในการผลิตในระดับหนึ่งด้วย
  3. ประเภทของไม้ อย่างที่รู้กันดีว่าไม้แต่ละชนิดจะให้เสียงที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นถามใจตัวเองให้ดีก่อนว่าอยากให้อูคูเลเล่แสนรักของคุณนั้นมีเสียงแบบไหน ต้องศึกษาให้เข้าใจตรงนี้ก่อน แล้วจึงตัดสินใจซื้อ
  4. ขนาดของอูคูเลเล่ ควรเลือกให้เหมาะกับความต้องการและความถนัดของผู้เล่น อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า แต่ละไซส์ก็มีขีดความสามารถในการให้เสียงที่แตกต่างกัน
  5. สายอูคูเลเล่ แม้จะได้อูคูเลเล่มาไว้ในครอบครองแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่อาจไม่ได้เป็นอย่างที่คุณหวังก็คือ สายอูคูเลเล่ บางครั้งคุณอาจต้องหาซื้อสายมาเปลี่ยนใหม่ เพราะฉะนั้นก็ควรเลือกซื้อสายที่มีคุณภาพ เพราะหากใช้สายเดิมจากโรงงาน อาจจะเสี่ยงกับสายที่ให้เสียงที่ไม่ดี เผลอๆ เล่นไปแล้วเจ็บนิ้วไม่รู้ด้วยนะ

“หลังจากได้รู้จักถึงเรื่องราวความเป็นมา ประโยชน์ และการเลือกซื้ออูคูเลเล่กันไปเรียบร้อยแล้ว Music Entrance ก็หวังว่าทุกคนจะมีความสุขกับเครื่องดนตรีและเสียงดนตรีที่คุณรักกันนะ”

  • YouTube
  • Instagram
  • Line

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *